ทำไมต้องธุรกิจเครือข่าย
ปัจจุบันนี้ทั่วโลกกำลังประสบกับสภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจในระดับที่รุนแรงอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน ไม่มีใครทราบแน่นอนว่าเราจะประสบปัญหามรสุมเศรษฐกิจนี้ไปอีกนานเท่าไร แม้สถานการณ์จะค่อยๆดีขึ้น แต่ก็มิได้เฟื่องฟูเหมือนยุคก่อนฟองสบู่แตกเมื่อหลายปีก่อน ลู่ทางการลงทุนในธุรกิจยากขึ้น ความเสี่ยงสูงขึ้น
นอกจากนี้ ค่านิยมในการทำงานก็เปลี่ยนไป การรับราชการหรือเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจมิได้เป็นอาชีพที่มีความมั่นคงสูงอีกแล้ว การเป็นลูกจ้างบริษัทก็มีความเสี่ยงต่อความมั่นคงในอาชีพการงานไม่น้อยกว่ากัน ผู้คนจึงต้องหันมามีรายได้เสริมกันอีกทางหนึ่ง นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่รายได้เสริมในรูปแบบของธุรกิจเครือข่ายเป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน
ดังนั้น ด้วยแนวโน้มจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ค่อนข้างเลวร้าย ผู้ทำงานประจำต่างก็รู้สึกและตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องมีรายได้เสริม ซึ่งนอกจากจะเป็นลู่ทางในการหารายได้เสริมมาจุนเจือเพิ่มเติมจากรายได้ประจำแล้ว ยังเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับความเสี่ยงที่จะถูกให้ออกจากงานกระทันหัน หรือเจ็บป่่วยจนไม่สามารถทำงานต่อไปได้
หากในวันนี้เราลองคิดดูเล่นๆ ว่าหากเราซื้อสินค้าสักหนึ่งอย่าง เช่นอาจจะเป็นยาสีฟัน 1 หลอด และเราใช้ไปทุกเดือนๆ อะไรจะเกิดขึ้น? ใครจะเป็นผู้ได้รับกำไรนั้น? ที่แน่ๆคนแรกที่รวยคือ เจ้าของสินค้า ถัดมาก็คือร้านค้าปลีกที่จำหน่ายสินค้านั้นๆ แล้วคนซื้อล่ะ ได้อะไร? คำตอบคือ ได้สินค้ามาใช้ตามที่เราต้องการเท่านั้น
แต่หากในวันนี้ อะไรจะเกิดขึ้น ถ้าเราทุกคนมีโอกาสเป็นเจ้าของกิจการที่ไม่ต้องลงทุน แต่ได้กำไรมหาศาล มีเพียงวิธีเดียวคือ... การเปิดโอกาสให้ตัวเองเปลี่ยนสถานะ จาก ลูกค้า ทั่วๆไป มาเป็นเจ้าของสินค้าและเจ้าของธุรกิจ ร่วมกับกิฟฟารีน คอนเซ็ปต์ง่ายๆของธุรกิจเราก็คือ ตัดช่องว่างของผลกำไรเหล่านี้ แทนที่จะต้องหมดไปให้กับห้างสรรพสินค้าหรือร้านค้าปลีกมากกว่า 40% มาให้กับนักธุรกิจเราแทน จึงเป็นที่มาของส่วนแบ่งทางการตลาดนั่นเอง
ท่านจึงเปรียบเสมือนว่าท่านเป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้าที่...
1. ไม่ต้องลงทุน
2. ไม่ต้องสรรหาอาคารสถานที่
3. ไม่ต้องสรรหาสินค้า
4. ไม่ต้องสรรหาบุคลากร
ความเป็นเจ้าของเครือข่ายที่แท้จริง เกิดจาก
1. มีสินค้าที่ทุกคน ซื้อกิน ซื้อใช้ได้
2. เมื่อสร้างเครือข่ายแล้ว มีการคุ้มครองลิขสิทธิ์เครือข่าย
"ธุรกิจเครือข่าย เหมาะสำหรับคนที่มองเห็นโอกาสเท่านั้น คนที่ปิดกั้นตัวเอง ไม่ยอมเปิดใจรับฟังช่องทางการหารายได้ ก็จะจมอยู่กับความคิดเก่าๆ แล้วก็จะทำงานเช้าชามเย็นชามไปเรื่อยๆจนเกษียณ แล้วก็กลับไปให้ลูกหลานดูแลที่บ้าน โดยที่ไม่มีเงินเก็บ เพราะในวัยทำงานยังติดอยู่กับค่านิยมทางสังคม ที่ต้องทำงานที่ดี มีหน้ามีตา มีการยอมรับ มีตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดี หรูหรา แต่งตัวสวยๆ (แต่เงินอาจไม่พอใช้) คงจะต้องเปลี่ยนความคิดคนในสังคมกันใหม่ เพราะนักธุรกิจเครือข่ายเดี๋ยวนี้ รายได้หลักแสนหลักล้านต่อเดือนกันเลยทีเดียว"
ที่มา : นิรันดร์ โกมลวัฒนะ ผู้บริหารระดับพาราไดซ์
giffarine,กิฟฟารีน,อาชีพเสริม,ขายตรง,mlm,ธุรกิจเครือข่าย,network,งานออนไลน์,ธุรกิจออนไลน์,รายได้เสริม,สินค้ากิฟฟารีน,อาหารเสริม,เครื่องสำอางค์